ข้ามไปยังเนื้อหา
หัวเรื่อง
คุณอยู่ที่เนื้อหาหลัก



แคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร

แคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร เลือกง่าย ๆ ให้ได้รสชาติที่ใช่


ในเช้าวันทำงานที่เร่งรีบ การได้กาแฟสักแก้ว ช่วยปลุกสมองให้ตื่นพร้อมทำงาน แต่ด้วยเวลาที่เร่งรีบอาจทำให้หลาย ๆ แวะซื้อไม่ทัน "กาแฟแคปซูล" จึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้เราได้กาแฟแก้วโปรด รสชาติเข้มข้น หอมกรุ่นได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความรวดเร็ว แต่ยังคงคุณภาพดี



แคปซูลกาแฟคืออะไร? ทำงานอย่างไรกับเครื่องชงกาแฟ


แคปซูลกาแฟ คือเทคโนโลยีการบรรจุกาแฟคั่วบดแท้ 100% ลงในแคปซูลที่ปิดสนิทแบบสุญญากาศ เพื่อคงความสดใหม่ของกาแฟ และคงกลิ่นที่หอม ซึ่งจะทำงานควบคู่กับเครื่องชงกาแฟแคปซูลโดยเฉพาะ เมื่อเราใส่แคปซูลลงไปในเครื่องและกดปุ่ม เครื่องจะเจาะรูที่ฝาแคปซูลและฉีดน้ำร้อนด้วยแรงดันสูงผ่านผงกาแฟภายใน เพื่อสกัดกาแฟอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้กาแฟที่มีครีม่านุ่ม ๆ แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นของกาแฟไว้ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะบาริสต้า



แคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ? แบ่งได้กี่ประเภท


แคปซูลกาแฟ มีกี่แบบและควรเลือกแบบไหนดี เพราะมีตัวเลือกมากมาย ทำให้มีการแบ่งประเภทของแคปซูลออกได้หลายเกณฑ์ สำหรับใครที่หาคำตอบว่าแคปซูล Nespresso มีกี่แบบ ไปดูคำตอบกัน



แบ่งแคปซูลกาแฟตาม "ระบบเครื่องชง (Capsule System)"


การแบ่งแคปซูลกาแฟตามเครื่องที่ยัง ยังใช้ขนาดแคปซูลที่ต่างกันด้วย สำหรับใครที่มีคำถามว่าขนาดแคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ ? ไปหาคำตอบกันเลย



ขนาดแคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเครื่อง

Nespresso Original Line


ระบบ Nespresso Original Line แคปซูลจะมีทรงคล้ายถ้วยเล็ก ๆ หรือระฆังคว่ำ เน้นการสกัดกาแฟดำแบบเอสเพรสโซ


    จุดเด่น

  • - มีรสชาติให้เลือกหลากหลาย
  • - ราคาย่อมเยา ทั้งราคาเครื่องและราคาต่อแคปซูล
  • - ให้รสชาติ กาแฟ Espresso เข้มข้น มีฟองกาแฟที่นุ่มละมุน
  • - เครื่องชงมีขนาดกะทัดรัด ดีไซน์เล็ก เหมาะกับพื้นที่จำกัด

    เหมาะกับใคร

  • - คอกาแฟสายที่ชอบดื่มกาแฟช็อตเข้มข้น หรือชอบนำช็อตกาแฟไปผสมนมทำ ลาเต้หรือ คาปูชิโน่เอง
  • - ผู้ที่ชอบทดลองเมล็ดกาแฟจากหลากหลายแบรนด์ หรือโรงคั่วต่าง ๆ ที่ทำแคปซูลออกมาขาย
  • - ผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ชาวคอนโด หรือผู้ที่ต้องการเครื่องชงกาแฟขนาดเล็กไว้บนโต๊ะทำงาน


แคปซูล Nespresso มีกี่แบบให้เลือก

Nespresso Vertuo


ระบบใหม่ที่เน้นการชงกาแฟแก้วใหญ่ขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีการปั่นเหวี่ยง แคปซูลมีทรงครึ่งวงกลมแบนกว้าง และมีบาร์โคดเพื่อให้เครื่องอ่านค่าการชงอัตโนมัติ


    จุดเด่น

  • - ชงกาแฟได้แก้วใหญ่ขึ้น โดยรสชาติยังคงที่
  • - มี ครีม่า หนาและนุ่มฟู รสชาติละมุน ด้วยระบบการปั่นเหวี่ยงความเร็วสูง
  • - ระบบ Barcode อัจฉริยะปรับอุณหภูมิ ปริมาณน้ำ และความเร็วรอบปั่นให้เหมาะสมกับแคปซูลนั้น ๆ
  • - ให้ได้รสชาติที่ทางแบรนด์ออกแบบมาเป๊ะ ๆ ทุกแก้ว

    เหมาะกับใคร

  • - ผู้ที่ชอบดื่มกาแฟแก้วใหญ่ โดยไม่ต้องเติมน้ำร้อนเพิ่ม
  • - ผู้ที่ต้องการกาแฟคุณภาพดีด้วยการกดปุ่มเดียว ไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้วุ่นวาย
  • - ผู้ที่ชื่นชอบฟองกาแฟที่หนานุ่มเป็นพิเศษ


แบ่งแคปซูลกาแฟตาม "วัสดุของแคปซูล"


แคปซูลอะลูมิเนียม (Aluminum) เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยม เพราะกันความชื้น แสง และออกซิเจนได้ดีที่สุด ทำให้เก็บรักษากลิ่นและรสชาติกาแฟได้ยาวนาน นอกจากนี้อะลูมิเนียมยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% หากมีการจัดการขยะที่ถูกต้อง


1. แคปซูลพลาสติก (Plastic) แคปซูลพลาสติกมีต้นทุนถูกกว่า แต่มีข้อเสียที่เก็บรักษากลิ่นของกาแฟ รสชาติได้ไม่ดี อีกทั้งยังใช้เวลาในการย่อยสลายนานหลายปี

2. แคปซูลแบบ Compostable / Biodegradable คือแคปซูลรักษ์โลก ทำจากวัสดุธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ หรือทิ้งรวมกับขยะอินทรีย์ได้ แต่ข้อเสียคืออายุการเก็บรักษากาแฟมักจะสั้นกว่า

3. แคปซูลแบบ Reusable (เติมผงกาแฟเอง) ทำจากสเตนเลสหรือพลาสติกทนความร้อนที่ล้างทำความสะอาดได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเลือกเมล็ดกาแฟได้เอง นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดขยะ แต่ข้อเสียคือต้องเสียเวลาล้าง ทำความสะอาด และต้องมีความรู้เรื่องการบดกาแฟให้เหมาะกับแรงดันเครื่อง ไม่งั้นรสชาติอาจจืดจางหรือน้ำไม่ไหลหากอัดผงกาแฟแน่นเกินไป



แคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ แบ่งตามอะไรได้บ้าง?

แบ่งแคปซูลกาแฟตาม "ประเภทกาแฟและรสชาติ"


1. Espresso / Ristretto กาแฟดำเข้มข้น สกัดน้ำน้อย (25-40 มล.) เน้นบอดีแน่น ๆ และครีม่าหนา เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติเข้มข้น หรือนำไปผสมกับนม

2. Ristretto คือการสกัดเอสเพรสโซ่ที่ใช้น้ำผ่านนานขึ้น รสชาติจึงจางกว่าเอสเพรสโซเล็กน้อย ทำให้ดื่มง่าย แถมยังได้ปริมาณเพิ่มขึ้น

3. Americano กาแฟรสชาติที่นุ่มนวล ที่สกัดช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้น ผสมน้ำร้อนลงไป ทำให้รสชาติไม่ขมจัด

4. Milk-based (Latte / Cappuccino) แคปซูลกาแฟผสมนมผง ทำให้กาแฟนมรสชาติละมุน ซึ่งสะดวกในการชงแก้วเดียวจบ

5. Specialty / Single Origin / Flavored กาแฟที่ระบุแหล่งปลูกเฉพาะเจาะจง เช่น เอธิโอเปีย โคลอมเบีย ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกาแฟแต่งกลิ่น เช่น วานิลลา คาราเมล สำหรับคนที่ชอบความหอมหวาน



ตารางเปรียบเทียบแคปซูล Nespresso มีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร


หัวข้อเปรียบเทียบ Original Virtuo
เครื่องที่ใช้ได้ - Essenza Mini
- Pixie
- Citiz
- Lattissima
- Vertuo Next
- Vertuo Pop
- Vertuo Plus
เทคโนโลยีที่ใช้ - ใช้เทคโนโลยีแรงดันสูง 19 บาร์
- สกัดด้วยแรงดันเพื่อดึงสารสกัดจากเมล็ดกาแฟ
- เน้นการชงแบบ Espresso แท้
- ใช้เทคโนโลยี Centrifusion (การปั่นเหวี่ยง)
- ปั่นแคปซูลด้วยความเร็วสูงพร้อมฉีดน้ำร้อน
- สร้างฟองครีม่าที่หนาและนุ่ม
จุดเด่น - สกัดแบบเอสเพรสโซแท้
- เน้นความเข้มข้นของกาแฟ
- มีความหลากหลายของสายพันธุ์เมล็ดกาแฟ
- เหมาะสำหรับดื่มแบบ Shot เล็ก
- ให้ฟองครีม่า (Crema) ที่หนานุ่มและเยอะ
- ชงได้หลายขนาดตามบาร์โค้ดบนแคปซูล
- ความสะดวกแบบปุ่มเดียวจบ
- ได้กาแฟเต็มแก้ว
ราคาโดยประมาณ - 20 - 28 บาท ต่อแคปซูล
- เหมาะสำหรับงบประมาณปานกลาง
- คุ้มค่าสำหรับคนดื่มเป็นประจำ
- 28 - 45+ บาท ต่อแคปซูล
- ราคาสูงกว่าเล็กน้อย
- ได้ปริมาณกาแฟมากกว่า
เหมาะกับใคร - คนที่ชอบดื่ม Espresso
- ชอบความหลากหลายของเมล็ดกาแฟ
- ชื่นชอบกาแฟเข้มข้น
- ต้องการควบคุมปริมาณกาแฟเอง
- คนที่ชอบดื่มกาแฟเต็มแก้ว
- ต้องการความสะดวกสบาย
- ชอบฟองครีม่าหนานุ่ม
- ไม่อยากยุ่งยากในการชง


แคปซูลกาแฟแบบไหน เหมาะกับคุณ?


1. คนอยู่คอนโด / บ้าน หากมีพื้นที่จำกัด การเลือกแคปซูลระบบ Nespresso Original จะตอบโจทย์มากที่สุด เพราะเครื่องมีขนาดเล็ก ดีไซน์สวยงาม วางมุมไหนก็ไม่เกะกะ และหาซื้อแคปซูลเติมง่าย

2. คนดื่มวันละหลายแก้ว หากเราเป็นคนที่ดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว การใช้แคปซูลแบบ Reusable หรือการซื้อแคปซูลแบบยกลังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้

3. คนเน้นรสชาติ Specialty ต้องมองหาแคปซูลแบบ Specialty ที่มีกาแฟให้เลือกเฉพาะ เพื่อให้ได้ Taste Note ที่ซับซ้อนตามต้องการ



วิธีเลือกกาแฟแคปซูลให้ถูกใจ


การเลือกกาแฟแคปซูลให้ได้รสชาติที่ถูกใจ นอกจากการแคปซูลที่เข้ากันได้กับเครื่องที่ชงแล้ว ควรพิจารณารสชาติและความเข้มข้นตามความชอบส่วนตัว สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ที่ตัวเลขหน้ากล่อง ซึ่งจะมีตั้งแต่ระดับความเข้มข้นให้เลือกตั้งแต่ 1-13



เคล็ดลับการเก็บรักษาแคปซูลกาแฟให้คงคุณภาพดีอยู่เสมอ


เก็บในที่แห้ง อุณหภูมิคงที่ หลีกเลี่ยงความชื้นและบริเวณที่มีความร้อนสะสม

ป้องกันแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนจะเร่งปฏิกิริยาเคมีในกาแฟ

ใช้กล่องเก็บแคปซูลเฉพาะ เพื่อความเป็นระเบียบและป้องกันการกระแทกจนบุบเสียหาย

ตรวจสอบวันหมดอายุเสมอ แม้แคปซูลกาแฟจะเก็บได้นาน แต่กาแฟที่ใหม่กว่าย่อมให้กลิ่นหอม (Aroma) กว่า

อ่านมาถึงตรงนี้กันแล้ว หลาย ๆ คนคงได้ข้อมูลกันแล้วว่า แคปซูลกาแฟ มีกี่แบบ แคปซูล Nespresso มีกี่แบบ ซึ่งแคปซูลกาแฟสามารถแบ่งได้ทั้งระบบเครื่อง วัสดุ และรสชาติ การเลือกแคปซูลกาแฟให้ได้กาแฟแก้วโปรดควรพิจารณาจากรสชาติที่ชื่นชอบ หากเราเป็นสาย Espresso ที่เน้นความเข้มและประหยัดพื้นที่ ระบบ Nespresso คือคำตอบ แต่ถ้าชอบความหลากหลาย เมนูนมเยอะ ระบบ Dolce Gusto ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ


หากคุณกำลังมองหากาแฟที่รสชาติเหมือนเดิมในทุก ๆ แก้ว Nespresso พร้อมตอบโจทย์ด้วยกาแฟแคปซูลกว่า 30 รสชาติ ที่มีให้เลือกชงได้ถึง 6 ขนาด ตั้งแต่ช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นไปจนถึงกาแฟแก้วใหญ่จุใจ ให้คุณเลือกแก้วที่ใช่ตามอารมณ์ในแต่ละวันได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วจากเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติจาก Nespresso ที่ทำให้คุณได้กาแฟรสชาติไม่ต่างจากคาเฟ่ร้านโปรดเลยทีเดียว



คำถามที่พบบ่อย


แคปซูลกาแฟต่างยี่ห้อใช้แทนกันได้ไหม?
แคปซูลกาแฟคนละยี่ห้อกับเครื่องทำกาแฟ ก็สามารถใช้ด้วยกันได้ หากขนาดและรูปทรงเดียวกัน หรือรองรับระบบเดียวกัน
แคปซูลกาแฟกับกาแฟผง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
กาแฟผงมีราคาต่อแก้วถูกกว่า แต่แคปซูลกาแฟมาพร้อมความสะดวก ความเร็ว และรสชาติที่คงที่ในทุก ๆ แก้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากับรสชาติที่ได้มา
แคปซูลกาแฟแบบไหนอร่อยที่สุด?
รสชาติถือเป็นรสนิยมส่วนบุคคล ไม่มีรสชาติไหนที่อร่อยที่สุด แต่เป็นรสชาติที่ถูกปากที่สุด สำหรับใครที่อยากได้กลิ่น รสชาติได้ดีใกล้เคียงกาแฟสดมากที่สุด ควรเลือกแคปซูลที่ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียม
แคปซูลแบบ Reusable ดีไหม?
แคปซูลแบบ Reusable เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะประหยัดและรักษ์โลก แต่ผู้ใช้ต้องมีความรู้เรื่องการบดเมล็ดกาแฟให้ละเอียดพอดีกับแรงดันเครื่อง และต้องใส่ปริมาณให้เหมาะสม หากบดหยาบไปน้ำจะไหลเร็ว กาแฟจืด หากบดละเอียดไปน้ำจะไม่ไหล จึงต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำจึงจะได้สัมผัส รสชาติที่พอเหมาะ พอดี
แคปซูลกาแฟ 1 แคปซูล ชงได้กี่แก้ว?
1 แคปซูลออกแบบมาสำหรับชง 1 แก้ว หากกดน้ำซ้ำรอบที่สอง รสชาติจะจางลง ไม่แนะนำให้ชงซ้ำ ถ้าต้องการแก้วใหญ่ควรใช้ 2 แคปซูลชงต่อกันจะดีกว่า