Eggnog คืออะไร ทำไมนิยมดื่มช่วงคริสต​์มาส | Nespresso

ข้ามไปยังเนื้อหา
หัวเรื่อง
คุณอยู่ที่เนื้อหาหลัก



Eggnog คืออะไร ทำไมถึงเป็นเครื่องดื่มประจำเทศกาลคริสต์มาส

เปิดตำนานเมนู Eggnog คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเครื่องดื่มประจำเทศกาลคริสต์มาส


เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว นอกจากอากาศเย็น ๆ แล้ว ยังเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข ที่หลายคนเตรียมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และก้าวเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ในต่างประเทศนอกจากไก่งวง คริสต์มาสพุดดิ้ง และขนมปังขิงแล้วเมนูกาแฟ Eggnog เป็นอีกหนึ่งอาหารที่นิยมรับประทานในช่วงคริสต์มาส เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลคริสต์มาสเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับคนไทยอย่างเราอาจจะยังสงสัยว่า Eggnog คืออะไร ทำไมถึงต้องดื่มกันเฉพาะช่วงสิ้นปี และจริง ๆ แล้วรสชาติเป็นอย่างไร บทความนี้จะชวนทุกคนไปหาคำตอบ พร้อมแจกสูตร Eggnog วิธีทำง่าย ๆ ที่สามารถทำตามได้จริงที่บ้าน เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติแห่งการเฉลิมฉลองไปพร้อมกัน



Eggnog คืออะไร?


Eggnog คือเครื่องดื่มที่ทำมาจากนมและไข่ ผสมผสานความหวานมันจากครีมและน้ำตาล ตัดเลี่ยนด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเครื่องเทศ อย่างลูกจันทน์เทศ (Nutmeg) และอบเชย (Cinnamon) โดยสูตรดั้งเดิมมักจะเติมแอลกอฮอล์ประเภทบรั่นดี รัม หรือวิสกี้ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ในปัจจุบันมีทั้งแบบใส่แอลกอฮอล์และไม่ใส่แอลกอฮอล์ ถือเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นคล้ายคัสตาร์ดเหลว ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำฤดูหนาวของชาวตะวันตกเลยก็ว่าได้



Eggnog มีต้นกำเนิดจากที่ไหน?


ต้นกำเนิดของ Eggnog นั้นมาจากเครื่องดื่มยุคกลางของอังกฤษที่เรียกว่า "Posset" ซึ่งเป็นการนำนมอุ่นมาหมักกับไวน์หรือเบียร์และใส่เครื่องเทศ แต่ต่อมาชนชั้นสูงและนักบวชได้เริ่มเติมไข่และลูกฟิกส์ หรือมะเดื่อฝรั่งลงไป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร และเปลี่ยนมาใช้ไวน์เชอร์รีซึ่งเป็นของหรูหรา เมื่อสูตรนี้แพร่หลายไปยังอเมริกาในช่วงอาณานิคม ชาวบ้านจึงปรับเปลี่ยนวัตถุดิบมาใช้รัมที่หาได้ง่ายจากแถบแคริบเบียนแทน จนกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ทุกบ้านต้องทำดื่มเพื่อแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส



ทำไมคนนิยม Eggnog ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส


เหตุผลที่ทำให้ Eggnog กลายเป็นเครื่องดื่มประจำเทศกาลคริสต์มาส เพราะในอดีตส่วนผสมอย่าง นม ไข่ และเหล้าเชอร์รี เป็นของที่มีราคาสูงและหายาก การนำวัตถุดิบเหล่านี้มาปรุงเป็นเครื่องดื่มจึงเปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองความมั่งคั่งและการแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขกผู้มาเยือน นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดในช่วงปลายปี การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ไขมันจากนม และเครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อน จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้กลายเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน



Eggnog รสชาติคล้ายกับการดื่มคัสตาร์ดเนื้อเนียน



Eggnog ทำจากอะไรบ้าง?


สูตรดั้งเดิมส่วนประกอบหลัก ๆ ของ Eggnog นั้นไม่ซับซ้อน จะมีเพียงไข่ไก่ นมและครีม น้ำตาลทราย และเติมแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งโรยเครื่องเทศอย่างลูกจันทน์เทศขูดใหม่ ๆ และอบเชย บางสูตรอาจมีการเติมกลิ่นวานิลลาหรือเกลือเล็กน้อยเพื่อดึงรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้เมื่อนำมารวมกันจะให้สัมผัสที่นุ่มเบา รสชาติหวานละมุน แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องเทศ ถือเป็นรสชาติที่ซับซ้อน แต่ลงตัว



Eggnog รสชาติเป็นอย่างไร?


รสสัมผัสของ Eggnog คือรสชาติที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ คล้ายกับการดื่มคัสตาร์ดเนื้อเนียน หรือไอศกรีมวานิลลาที่ละลายแล้ว แต่มีความเข้มข้นกว่ามาก รสชาติจะออกหวานนำ ตามด้วยความมันจากครีมและไข่ แทรกด้วยความเผ็ดร้อนปลายลิ้นจากแอลกอฮอล์ และให้กลิ่นที่หอมตลบอบอวลด้วยกลิ่นหอมของลูกจันทน์เทศและอบเชยที่ช่วยตัดความเลี่ยน ทำให้ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน เป็นรสชาติที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับเวลาของการพักผ่อน



Eggnog แบบมีแอลกอฮอล์ vs ไม่มีแอลกอฮอล์


เดิมทีเอ้กน็อกเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว ทำให้สูตรดั้งเดิมจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ซึ่ง Eggnog ทั้งสองแบบต่างกันเพียงส่วนผสม สูตรเอ้กน็อกที่มีแอลกอฮอล์เป็นแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเครื่องดื่มสังสรรค์หรือดื่มเพื่อคลายหนาว รสชาติจะมีความซับซ้อนและร้อนแรงกว่า


ส่วนแบบเอ้กน็อกแบบไม่มีแอลกอฮอล์ (Virgin Eggnog) จะเน้นรสชาติหวานมันของนมและไข่ เหมาะสำหรับเด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ โดยมักจะแต่งกลิ่นวานิลลาเพิ่มเพื่อทดแทนกลิ่นรสของเหล้าที่หายไป ทำให้ทุกคนในครอบครัวสามารถร่วมเฉลิมฉลองด้วยเมนูเดียวกันได้อย่างมีความสุข



Eggnog นิยมดื่มช่วงคริสต์มาส

Eggnog มีวิธีดื่มอย่างไร และนิยมดื่มในช่วงเวลาไหน


เมนู Eggnog สามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบเย็นและแบบอุ่นร้อน แต่ส่วนใหญ่นิยมดื่มแบบเย็นมากกว่า เพราะให้ความสดชื่นและเนื้อสัมผัสที่คล้ายขนมหวาน ช่วงเวลาที่นิยมดื่มคือตั้งแต่วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ยาวไปจนถึงวันปีใหม่ โดยเฉพาะในงานปาร์ตี้คริสต์มาสอีฟ มักจะเสิร์ฟในถ้วยแก้วใสใบเล็กหรือแก้วมัก โรยหน้าด้วยผงซินนามอนหรือลูกจันทน์เทศขูดใหม่ ๆ ก่อนเสิร์ฟ เพื่อเป็นการอวยพรและเฉลิมฉลองถึงความอุดมสมบูรณ์



Eggnog มีวิธีทำที่ง่าย และสามารถทำได้เองที่บ้าน

สูตร Eggnog ทำเองง่าย ๆ ที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง


ส่วนผสม


  • - ไข่ไก่สด 4 ฟอง (แนะนำเกรดพาสเจอไรซ์ หรือเกรดกินดิบ)
  • - น้ำตาลทรายขาว 1/3 ถ้วย (แบ่งใส่ไข่แดงและไข่ขาวอย่างละครึ่ง)
  • - นมสดรสจืด 2 ถ้วย
  • - วิปปิ้งครีม 1 ถ้วย
  • - เหล้า 3 ออนซ์ ใช้บรั่นดี รัม หรือวิสกี้ก็ได้ (หากไม่ดื่มแอลกอฮอล์ให้ตัดออก)
  • - ผงลูกจันทน์เทศ 1 ช้อนชา
  • - กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • - เกลือป่น เล็กน้อย


Eggnog วิธีทำ


  • - นำไข่แดงใส่ชามผสม เติมน้ำตาลทรายครึ่งหนึ่ง ตีด้วยตะกร้อมือหรือเครื่องตีจนไข่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลและน้ำตาลละลายหมด
  • - ค่อย ๆ เทนมสด วิปปิ้งครีม และกลิ่นวานิลลาลงไปในชามไข่แดง คนผสมให้เข้ากัน
  • - นำส่วนผสมขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ คนตลอดเวลาจนอุณหภูมิถึงประมาณ 70 องศาเซลเซียส หรือสังเกตว่าส่วนผสมเริ่มข้นเคลือบหลังช้อนได้ พักไว้ให้เย็น
  • - เมื่อส่วนผสมเย็นลง ให้เติมแอลกอฮอล์ที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน (สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้เลย)
  • - ตีไข่ขาวกับน้ำตาลในอีกชามจนตั้งยอดอ่อน
  • - นำไข่ขาวที่ตีแล้วค่อย ๆ ตะล่อมลงในส่วนผสมหลักเบา ๆ เพื่อให้เกิดความนุ่มฟู
  • - เสิร์ฟโดยเทใส่แก้ว โรยผงลูกจันทน์เทศด้านบน พร้อมดื่ม!


Eggnog สามารถทำเป็นเมนูไหนได้บ้าง


นอกจากสูตรดั้งเดิมแล้ว เราสามารถสร้างสรรค์เมนู Eggnog ให้แปลกใหม่ หลากหลายได้ด้วยการผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น Eggnog Latte ที่นำเอสเพรสโซช็อตผสมลงไปเพื่อตัดความหวานและเพิ่มความหอมของกาแฟ หรือจะเป็น Chocolate Eggnog สำหรับคนรักช็อกโกแลต หรือใครที่เป็นสาย Vegan ก็สามารถเปลี่ยนจากนมวัวเป็นนมอัลมอนด์ได้ และใช้น้ำเชื่อมเมเปิ้ลแทนน้ำตาล ซึ่งจะได้รสชาติที่หอมมันไปอีกแบบ รวมถึงการนำไปทำเป็นไอศกรีมหรือส่วนผสมในเค้กก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าเป็นเมนูกาแฟที่สามารถครีเอทส่วนผสมที่ชอบ เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจได้เลย


Eggnog คือเมนูเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อยหวานมัน สัมผัสละมุน แถมยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และการเฉลิมฉลองของชาวตะวันตกในวันคริสต์มาสอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบความหวานที่มากเกินไป อยากจะตัดหวานด้วยรสชาติความเข้มข้นของกาแฟ ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่มีความน่าสนใจ เพื่อให้ได้เมนู Eggnog Latte รสชาติเข้มข้น


ยกระดับความฟินไปอีกขั้นด้วยเครื่องชงกาแฟ Nespresso ที่ช่วยให้คุณครีเอทเมนู Eggnog Latte ระดับบาริสต้าได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงเลือกแคปซูลกาแฟที่มีความเข้มอย่างกลุ่ม Ispirazione Italiana มาผสานกับความนัวของไข่และนม มอบรสสัมผัสที่กลมกล่อม หอมกรุ่น หากกำลังมองหาเครื่องชงหรือแคปซูลรสเข้มสำหรับลองทำเมนูนี้ ก็สามารถเข้าไปเลือกชมทั้งหมดได้ที่ www.nespresso.com เพื่อเพิ่มสีสันให้เทศกาลคริสต์มาสนี้พิเศษยิ่งขึ้น



คำถามที่พบบ่อย


Eggnog มีแอลกอฮอล์ไหม?
ตามสูตรดั้งเดิม Eggnog จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น บรั่นดี รัม หรือวิสกี้ เพื่อช่วยถนอมอาหารและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ในปัจจุบันมีการปรับสูตรเป็นแบบไม่มีแอลกอฮอล์มากขึ้น รวมถึงสามารถดัดแปลงโดยใช้กาแฟหรือช็อกโกแลตแทนแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งให้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ
เด็กสามารถดื่ม Eggnog ได้ไหม?
เด็ก ๆ สามารถดื่ม Eggnog ได้หากเป็นสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โดยควรระมัดระวังเรื่องการใช้ไข่ดิบ แนะนำให้เลือกสูตรที่ผ่านความร้อนหรือใช้ไข่พาสเจอไรซ์ เพื่อความปลอดภัยจากเชื้อซาลโมเนลลา
Eggnog กับ Eggnog Latte ต่างกันอย่างไร?
Eggnog คือเครื่องดื่มที่ทำจากนม ไข่ และเครื่องเทศเป็นหลัก ส่วน Eggnog Latte คือการนำกาแฟเอสเพรสโซมาผสมกับ Eggnog ทำให้ได้รสชาติกาแฟที่หอม เข้ม แต่ยังคงความมันนุ่มแบบลาเต้ นิยมดื่มแบบอุ่น ๆ
Eggnog เก็บได้นานแค่ไหน?
หากทำ Eggnog สดเอง ควรดื่มให้หมดภายใน 2–3 วัน และต้องแช่เย็นตลอดเวลา ส่วน Eggnog แบบกล่องสำเร็จรูปสามารถเก็บได้นานตามวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ และสูตรดั้งเดิมที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอาจเก็บได้นานขึ้นเป็นเดือนเมื่อแช่ในตู้เย็น
คนแพ้นมสามารถดื่ม Eggnog ได้ไหม?
ผู้ที่แพ้นมวัวสามารถเลือกดื่ม Eggnog สูตรที่ใช้นมจากพืช เช่น นมอัลมอนด์หรือนมถั่วเหลืองแทนได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงสูตรดั้งเดิมที่มีส่วนผสมของนมวัวและครีม