ข้ามไปยังเนื้อหา
หัวเรื่อง
คุณอยู่ที่เนื้อหาหลัก


วิธีล้างเครื่องชงกาแฟให้สะอาดแบบง่ายๆ เพื่อรสชาติกาแฟที่ดีที่สุด



การล้างเครื่องชงกาแฟช่วยให้เครื่องสะอาดพร้อมใช้งาน  ยืดอายุการใช้งานเครื่อง

วันนี้ Nespresso จะพาไปดูวิธีล้างเครื่องชงกาแฟที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ทั้งขั้นตอนถอดล้างชิ้นส่วน เช่น ล้างตะกรันเครื่องชงกาแฟ รวมถึงส่วนต่าง ๆ พร้อมบอกข้อควรระวัง เพื่อช่วยให้ทุกการดูแลรักษาเป็นเรื่องง่าย เครื่องสะอาดพร้อมใช้งาน ได้กาแฟก็อร่อยสดใหม่ทุกแก้ว



Highlight


  • ทำไมต้องล้างเครื่องชงกาแฟ?
  • เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง?
  • วิธีทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ 5 ส่วนหลัก มีอะไรบ้าง?
  • ล้างเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติอย่างไร?
  • ถอดชิ้นส่วนเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเพื่อทำความสะอาด ทำอย่างไร?
  • ข้อควรระวังในการล้างเครื่องชงกาแฟมีอะไรบ้าง?
  • เคล็ดลับวิธีดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟให้อยู่ได้นานมีอะไรบ้าง?
  • การล้างเครื่องเป็นประจำมีประโยชน์อย่างไร?


ทำไมต้องล้างเครื่องชงกาแฟ?


การล้างเครื่องชงกาแฟเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้กาแฟมีรสชาติสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหรือรสขมหืนจากน้ำมันและคราบกาแฟเก่าตกค้าง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการอุดตันในระบบเครื่อง ยืดอายุการใช้งานเครื่อง และลดการสะสมของเชื้อโรคที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ



เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง?


  • 1. แปรงขนอ่อนนุ่ม และแปรงขนแข็ง สำหรับขัดทำความสะอาดหัวชง และซอกมุมต่างๆ ของเครื่อง
  • 2. ผ้าไมโครไฟเบอร์ ใช้เช็ดทำความสะอาดตัวเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งแบบชุบน้ำหมาด และแบบแห้ง
  • 3. ผงหรือน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเฉพาะชนิด ช่วยขจัดคราบน้ำมัน และคราบกาแฟติดแน่น
  • 4. ตะแกรงตัน ใช้แทนตะแกรงชงกาแฟในขั้นตอนล้างหัวชง ช่วยทำความสะอาดระบบภายในหัวชงได้อย่างล้ำลึก
  • 5. ถาดรองน้ำ และตะแกรงรองแก้วที่สามารถถอดล้าง และเช็ดแห้งได้ง่าย
  • 6. เหยือกสแตนเลสสำหรับล้างก้านสตีม และใส่น้ำเปล่าสำหรับเปิดระบบไอน้ำล้างคราบนมออกจากก้านสตีม
  • 7. ตัวช่วยเป่าลมหรือเป่าฝุ่น เพื่อช่วยเป่าฝุ่นหรือเศษกาแฟในซอกเล็กซอกน้อย (ถ้ามี)


วิธีทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ 5 ส่วนหลัก มีอะไรบ้าง?


การแบ่งส่วน และทำความสะอาดล้างเครื่องชงกาแฟเป็นประจำ นอกจากจะยืดอายุการใช้งาน ยังช่วยรักษาคุณภาพกาแฟให้อร่อยทุกแก้ว มาดูวิธีทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ 5 ส่วนหลักไปพร้อมกันเลย



1. หัวชง




วิธีล้างเครื่องชงกาแฟเริ่มจากล้างหัวชง

สิ่งแรกในการล้างเครื่องชงกาแฟ คือ ล้างหัวชง ซึ่งเป็นจุดสกัดกาแฟโดยตรง คราบน้ำมัน และผงกาแฟจะสะสม ทำให้รสชาติผิดเพี้ยน และเครื่องอุดตัน

  • วิธีทำความสะอาด: ใช้แปรงขัดหัวชงเฉพาะ ขัดบริเวณรอยซีล และซอกมุม นำตะแกรงตัน (Blind filter) ใส่ผงล้าง backflush สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  • ความบ่อย: ขัดหัวชง และ backflush ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์


2. ก้านชงกาแฟ




วิธีล้างเครื่องชงกาแฟ ขั้นตอนที่สองคือล้างก้านชงกาแฟ

ก้านชงกาแฟ เป็นจุดสัมผัสกาแฟโดยตรง หากมีคราบตกค้าง สี และรสกาแฟจะผิดเพี้ยน และเกิดคราบเหนียว


  • วิธีทำความสะอาด: ถอด Basket แช่น้ำใส่น้ำยาหรือผงล้างชนิดเฉพาะ กรณีฝังแน่นควรใช้แปรงช่วยขัด และล้างน้ำสะอาดก่อนประกอบกลับ
  • ความบ่อย: ทุกวันหลังใช้งาน หากเปิดร้านกาแฟ ควรทำตอนปิดร้านทุกวัน


3. ก้านสตีมนม




วิธีล้างเครื่องชงกาแฟ ขั้นตอนที่สามคือล้างก้านสตรีมนม

เมื่อล้างเครื่องชงกาแฟ ต้องไม่ลืมล้างก้านสตีมนม เพราะคราบโปรตีนนมสะสมง่าย ก่อให้เกิดแบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงการอุดตันของหัวสตีม


  • วิธีทำความสะอาด: หลังสตีมนมทุกครั้งเช็ดด้วยผ้าสะอาด เปิดไอน้ำล้างคราบนม
  • ความบ่อย: ควรเช็ดก้านสตีมหลังชงทุกครั้ง และล้างด้วยน้ำยาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง


4. ถาดรองน้ำ และตะแกรงวางแก้ว



วิธีล้างเครื่องชงกาแฟ ขั้นตอนที่สี่คือล้างถาดรองน้ำ และตะแกรงวางแก้ว

จุดรองเศษกาแฟ น้ำ และไขมันตกค้าง อาจเกิดเชื้อรา และกลิ่นอับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน


  • วิธีทำความสะอาด: ถอดมาล้างด้วยน้ำสะอาด และน้ำยาล้างจาน ใช้แปรงขัดจุดที่มีคราบ แล้วเช็ดให้แห้งก่อนใส่กลับตำแหน่งเดิม
  • ความบ่อย: ทุกวันหลังเลิกใช้งาน หรือเมื่อเห็นสิ่งสกปรกสะสม


5. ตัวเครื่องชงกาแฟ




วิธีล้างเครื่องชงกาแฟ ขั้นตอนที่สี่คือล้างตัวเครื่องชงกาแฟ

หากมีฝุ่นละออง และคราบน้ำมันสะสมบนตัวเครื่อง ทำให้ดูไม่สะอาด และอาจส่งผลต่ออายุใช้งานเครื่อง


  • วิธีทำความสะอาด: ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำอุ่นบิดหมาด เช็ดรอบตัวเครื่อง และใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกรอบ เพื่อขจัดคราบน้ำ
  • ความบ่อย: ทำความสะอาดทุกวัน เพื่อรักษาความสะอาด คงสภาพความสวยงาม และยืดอายุเครื่อง


ล้างเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติอย่างไร?


การล้างเครื่องชงกาแฟเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่คิด โดยวิธีการล้างเครื่องชงจาก Nespresso จะแตกต่างไปตามรุ่น ยกตัวอย่างเช่น เครื่องชงกาแฟ CitiZ ที่ใช้อุปกรณ์ไม่กี่อย่าง แค่น้ำยาขจัดตะกรัน น้ำเปล่า ขั้นตอนไม่ซับซ้อน โดยดึงกล่องใส่แคปซูล และถาดรองน้ำออกมาทำความสะอาด จากนั้น กดปุ่มเข้าสู่โหมดล้างตะกรันเครื่องชงกาแฟ

ส่วนกรณีที่เครื่องชงกาแฟเป็นรุ่นที่มีระบบนม ให้ถอดชุดท่อนม และแทงค์นมล้างทันทีหลังใช้งานทุกครั้ง เพื่อป้องกันน้ำนมหรือคราบโปรตีนค้าง และกลิ่นไม่พึงประสงค์​ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นได้ที่นี่




ถอดชิ้นส่วนเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเพื่อทำความสะอาด ทำอย่างไร?


  1. 1. ปิดสวิตช์ และถอดปลั๊กเครื่องก่อนเริ่มล้างเครื่องชงกาแฟทุกครั้ง
  2. 2. นำชิ้นส่วนต่าง ๆ ไปล้างด้วยแปรง และน้ำสะอาด หากมีคราบเกาะแน่นใช้น้ำยาหรือผงล้างโดยเฉพาะสำหรับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ
  3. 3. ถอดชิ้นส่วนที่สัมผัสกาแฟ และนม เช่น ก้านสตีม เพื่อล้าง และเช็ดให้แห้งก่อนนำกลับเข้าเครื่อง
  4. 4. เมื่อล้างชิ้นส่วนทั้งหมดแล้ว ควรปล่อยน้ำเปล่าผ่านระบบเครื่อง 1-2 รอบหลังประกอบ เพื่อไล่คราบ และสารตกค้าง
  5. 5. ควรทำความสะอาดทุกส่วนที่ถอดเข้าถอดออกได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง


เคล็ดลับวิธีดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟให้อยู่ได้นานมีอะไรบ้าง?




วิธีล้างเครื่องชงกาแฟที่ถูกต้องแล้วไม่ควรแช่ด้ามชงกาแฟทั้งก้านในน้ำหรือสารเคมี

Nespresso รวบรวมเคล็ดลับดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟให้ใช้ได้นานมาไว้ให้แล้วด้านล่างนี้


  • 1. ล้างหัวชง และก้านชงกาแฟทุกวัน เพื่อลดคราบน้ำมัน และเศษกาแฟสะสม​
  • 2. เช็ดทำความสะอาดรอบตัวเครื่องด้วยผ้าชุบน้ำหมาด และผ้าแห้ง เพื่อป้องกันฝุ่น และสิ่งสกปรกสะสม​
  • 3. ถอด และล้างถาดรองน้ำ ตะแกรงวางแก้ว และอะไหล่ที่ถอดได้เป็นประจำ แล้วเช็ดให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ​
  • 4. ทำความสะอาดก้านสตีมนมหลังใช้งานทุกครั้ง ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบนม และเปิดน้ำล้างไอน้ำในก้านสตีม เพื่อลดการสะสมของคราบนม และแบคทีเรีย​
  • 5. ใช้ผงทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อขจัดคราบฝังแน่น และดูแลระบบภายในเครื่อง​
  • 6. ไม่ควรแช่ด้ามชง ทั้งก้านในน้ำหรือสารเคมีเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ยางหรือพลาสติกเสื่อมสภาพ​
  • 7. ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดทุกครั้งที่ล้าง เพื่อลดสารตกค้าง และกลิ่นรบกวนในกาแฟ​


ข้อควรระวังในการล้างเครื่องชงกาแฟมีอะไรบ้าง?


นอกจากจะรู้วิธีล้างเครื่องชงกาแฟที่ถูกต้องแล้ว ควรรู้ข้อควรระวังต่อไปนี้


  • 1. ควรปิดเครื่อง และถอดปลั๊กก่อนเริ่มทำความสะอาดทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย​
  • 2. ไม่ควรแช่ด้ามชงกาแฟทั้งก้านในน้ำหรือสารเคมี เพราะอาจทำให้ยางหรือพลาสติกเสียหาย และเสื่อมคุณภาพ​
  • 3. อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดทุกครั้งที่ล้าง เพราะอาจเกิดสารตกค้าง ส่งผลต่อรสชาติกาแฟ และสุขภาพผู้ดื่ม​
  • 4. ภาชนะสำหรับแช่ผงทำความสะอาดควรใช้แบบสเตนเลส เพราะลดโอกาสถูกกัดกร่อนหรือเกิดสารปนเปื้อน​
  • 5. ใช้แปรงขัดหัวชงเลือกแบบขนอ่อน หลีกเลี่ยงแปรงขนแข็ง เพราะอาจทำให้เกิดรอย และเสียหาย​
  • 6. หลังทำความสะอาด ควรเช็ดอุปกรณ์ทุกชิ้นให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ เพื่อลดความชื้น และการสะสมของเชื้อโรค​
  • 7. เมื่อล้างระบบแรงดันหรือใช้น้ำยาทำความสะอาด ควรปล่อยน้ำเปล่าผ่านระบบหลายครั้ง เพื่อไล่สารตกค้างให้หมด


การล้างเครื่องเป็นประจำมีประโยชน์อย่างไร?


  • 1. ช่วยให้รสชาติกาแฟสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหรือรสขมหืนจากคราบน้ำมัน และเศษกาแฟตกค้าง​
  • 2. ป้องกันการเกิดตะกรันหรือสิ่งอุดตันในเครื่อง ทำให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ​
  • 3. ยืดอายุการใช้งานเครื่อง ลดความเสี่ยงต่อการเสียหายหรือจุดที่สึกหรอ​
  • 4. ลดการสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย และสิ่งสกปรก สร้างความมั่นใจในความสะอาดของเครื่อง และสุขภาพผู้ดื่ม​
  • 5. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือบำรุงรักษาระยะยาว เนื่องจากเครื่องไม่ชำรุดง่าย และดูแลง่ายขึ้น

การรู้วิธีล้างเครื่องชงกาแฟที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ช่วยให้ทุกแก้วมีรสชาติสดใหม่ และปลอดภัยต่อสุขภาพ เพราะการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการถอดล้างชิ้นส่วนหลักหรือกดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่มสำหรับเครื่องชงกาแฟจาก Nespresso จะช่วยให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งาน ลดปัญหาอุดตัน และแบคทีเรีย มั่นใจได้ว่า กาแฟทุกแก้วของคุณจะหอมอร่อย และมีคุณภาพ


และหากคุณกำลังมองหาเครื่องชงกาแฟที่ทั้งใช้งานง่ายและดูแลไม่ยุ่งยาก Nespresso ก็มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย พร้อมกาแฟแคปซูลมากกว่า 30 รสชาติให้คุณเพลิดเพลินในทุกวัน สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าหรือรสชาติที่ถูกใจได้ที่ www.nespresso.com เพื่อยกระดับการดื่มกาแฟของคุณให้ง่ายและพิเศษยิ่งขึ้น



คำถามที่พบบ่อย


ล้างเครื่องชงกาแฟกี่บาท
ราคาล้างเครื่องชงกาแฟแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของบริการ ตั้งแต่หลักร้อยบาทสำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ซื้อไปใช้เอง (เช่น เม็ดล้างหรือน้ำยาล้างตะกรัน) ไปจนถึงหลักพันบาทสำหรับบริการล้างตะกรันในระบบเครื่องชงกาแฟเชิงพาณิชย์ หรือบริการทำความสะอาดตามโปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์
ใช้น้ำเปล่าล้างอย่างเดียวเพียงพอไหม?
น้ำเปล่าล้างคราบกาแฟบางส่วนได้ แต่ไม่สามารถขจัดน้ำมันกาแฟได้หมด จำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทางเพื่อล้างคราบมันที่มองไม่เห็น
การใช้น้ำประปาชงกาแฟมีผลต่อการเกิดตะกรันไหม?
มีผลมาก น้ำประปาที่มีหินปูนหรือแร่ธาตุสูงจะทำให้เกิดตะกรันในระบบน้ำ ควรใช้น้ำกรองหรือน้ำแร่คุณภาพดี จะช่วยยืดอายุเครื่องและรักษารสกาแฟให้คงที่
จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาต้องล้างตะกรันในเครื่องแล้ว?
สังเกตได้จากแรงดันน้ำลดลง น้ำไหลไม่สม่ำเสมอ หรือกาแฟมีรสขมผิดปกติ ถ้าเจออาการเหล่านี้ควรล้างตะกรันทันทีด้วยน้ำยาล้างตะกรัน (Descaler)
สัญญาณอะไรที่บอกว่าเครื่องชงกาแฟเริ่ม "สกปรกเกินไป"?
หากรสกาแฟเริ่มขมผิดปกติ มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นเปรี้ยวในกาแฟ นั่นคือสัญญาณว่าคราบกาแฟเก่าเริ่มสะสม ควรรีบทำความสะอาดทันที