Skip to content
Header
You are on the main content


ทำไมกินกาแฟแล้วง่วง ไม่กระปรี้กระเปร่าอย่างที่คิด



ทำไมบางคนกินกาแฟแล้วยังง่วงอยู่ ไม่กระฉับกระเฉงอย่างที่คิด

คาเฟอีน สารสำคัญในกาแฟที่ช่วยปลุกความตื่นตัวพร้อมเจาะลึกสาเหตุว่า ทำไมบางคนกินกาแฟแล้วยังง่วงอยู่ ไม่กระฉับกระเฉงอย่างที่คิดและแบ่งปันวิธีแก้ปัญหากินกาแฟแล้วง่วง



Highlight


  • คาเฟอีน คืออะไร? มีกลไกการทำงานอย่างไร?
  • ทำไมกินกาแฟแล้วง่วง?
  • วิธีแก้ปัญหากินกาแฟแล้วง่วง มีอะไรบ้าง?
  • ข้อควรระวังในการบริโภคคาเฟอีนมีอะไรบ้าง?


คาเฟอีน คืออะไร? มีกลไกการทำงานอย่างไร?


ก่อนจะไปดูสาเหตุว่า ทำไมกินกาแฟแล้วง่วง? มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคาเฟอีนกันก่อน คาเฟอีน (Caffeine) เป็นสารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ (Xanthine alkaloid) ที่พบมากในเมล็ดกาแฟ ใบชา เมล็ดโกโก้ และเมล็ดโคล่า โดยเมื่อคุณดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ตัวสารจะถูกดูดซึมผ่านกระเพาะอาหาร และลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง


ซึ่งคาเฟอีนมีโครงสร้างคล้ายกับสารอะดีโนซีน (Adenosine) ที่ทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย และง่วงนอน ดังนั้น คาเฟอีนจึงเข้าไปขัดขวางการทำงานของอะดีโนซีน ทำให้สมองตื่นตัว มีสมาธิมากขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น และลดความเหนื่อยล้าลง



ทำไมกินกาแฟแล้วง่วง?


แม้ว่า หลายคนจะดื่มกาแฟเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว แต่บางคนกลับพบว่า กินกาแฟแล้วง่วง มาไขข้อสงสัยไปพร้อมกันว่า ทำไมกินกาแฟแล้วง่วง?


1. คาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เมื่อขาดน้ำร่างกายจะรู้สึกเหนื่อยเพลีย และง่วงนอนได้


2. การดื่มกาแฟที่เติมน้ำตาลมากเกินไป ร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ระบบเผาผลาญก็จะทำงานมากขึ้น พลังงานในร่างกายต่ำลง จึงทำให้รู้สึกง่วงได้


3. ดื่มกาแฟเป็นประจำจนร่างกายเกิดอาการดื้อคาเฟอีน ร่างกายจะสร้างตัวรับอะดีโนซีนเพิ่มขึ้น เมื่อคาเฟอีนหมดฤทธิ์ก็กลับมาง่วงมากขึ้นกว่าปกติ


4. ในบางราย การดื่มกาแฟอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำลงหรือหัวใจเต้นเร็ว จนร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย และส่งสัญญาณให้ง่วง เพื่อพักผ่อน


5. นอนหลับไม่เพียงพอหรือร่างกายสะสมความอ่อนล้า จากการพักผ่อนน้อย นอนดึก หรือนอนไม่เต็มที่ติดต่อกันหลายวัน แม้จะได้รับคาเฟอีนเข้าไปแล้ว แต่กาแฟก็ไม่สามารถช่วยให้สดชื่นอย่างที่ต้องการ




กินกาแฟแล้วง่วง เกิดจากดื่มกาแฟเป็นประจำจนร่างกายเกิดอาการดื้อคาเฟอีน



วิธีแก้ปัญหากินกาแฟแล้วง่วง มีอะไรบ้าง?


วิธีแก้ปัญหากินกาแฟแล้วง่วง มีอะไรบ้าง? มาดูกันเลย


  • 1. ลดปริมาณการดื่มกาแฟลง เช่น จากวันละ 2 แก้วเหลือวันละ 1 แก้ว หรือเปลี่ยนเป็นวันเว้นวัน เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูความไวต่อคาเฟอีน
  • 2. หลีกเลี่ยงการเพิ่มปริมาณกาแฟหรือดื่มต่อเนื่องมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้อคาเฟอีน
  • 3. พักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะการนอนหลับที่ดีช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อคาเฟอีนได้เหมาะสมขึ้น
  • 4. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและง่วง
  • 5. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหลังเวลา 14.00 น. เพื่อลดผลกระทบต่อการนอนในตอนกลางคืน
  • 6. หากง่วงมาก ให้ลองงีบสั้นประมาณ 10–20 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายตื่นตัวขึ้น


ข้อควรระวังในการบริโภคคาเฟอีนมีอะไรบ้าง?


คาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ แต่หากบริโภคมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลเสีย เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันโลหิตสูง จึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อยังคงได้รับประโยชน์โดยไม่กระทบสุขภาพ


  • 1. ผู้ใหญ่ไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 2–4 แก้ว
  • 2. การบริโภคเกินปริมาณอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ คลื่นไส้ หรือเพิ่มความดันโลหิต
  • 3. ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคกระเพาะ ควรระมัดระวังปริมาณคาเฟอีน หรือปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม

สาเหตุที่หลายคนดื่มกาแฟแล้วรู้สึกง่วงอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะดื้อคาเฟอีน การขาดน้ำ น้ำตาลในเครื่องดื่มสูง หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงควรใส่ใจปริมาณและเวลาที่ดื่มควบคู่กัน ไม่ว่าจะชอบกาแฟเข้ม กลมกล่อม หรือแบบละมุน Nespresso มีตัวเลือกตอบโจทย์ทุกสไตล์ พร้อมเครื่องชงที่ใช้งานง่าย เหมาะทั้งบ้านและออฟฟิศ สามารถเลือกชมเพิ่มเติมได้ที่ www.nespresso.com



คำถามที่พบบ่อย


ทำไมกินกาแฟแล้วยังหาว
เกิดจากร่างกายชินกับ คาเฟอีน เมื่อดื่มกาแฟเป็นประจำ ร่างกายจะหลั่งสารง่วง (อะดีโนซีน) เพิ่มขึ้น ทำให้กาแฟในปริมาณเดิมไม่ได้ผล วิธีแก้คือปรับลดปริมาณเหลือ 3–4 วันต่อสัปดาห์ หรือดื่มวันเว้นวันอย่างน้อย 1 เดือน
อาการแพ้คาเฟอีนเป็นยังไง
อาการแพ้คาเฟอีนมักเกิดภายใน 1 ชั่วโมงหลังดื่ม เช่น ลมพิษ ผิวแดง คัน บวมบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้า และมีอาการหายใจลำบาก
กาแฟแบบไหนกินแล้วไม่ง่วง
เลือกกาแฟที่มีคาเฟอีนสูง เช่น กาแฟชงสด เอสเพรสโซ (ประมาณ 100–150 มก./แก้ว) หรือกาแฟคั่วอ่อนซึ่งมักมีคาเฟอีนมากกว่าคั่วเข้ม
ชากับกาแฟอะไรตื่นกว่ากัน
กาแฟทำให้ตื่นมากกว่า เพราะมีคาเฟอีนมากกว่าชาเขียวประมาณ 3 เท่า โดยกาแฟ 240 มล. มีคาเฟอีนเฉลี่ย 96 มก. ส่วนชาเขียวปริมาณเท่ากันมีประมาณ 29 มก.
คาเฟอีนอยู่ในร่างกายกี่ชั่วโมง
คาเฟอีนมีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 5–6 ชั่วโมง และหนึ่งในสี่ชีวิตอยู่ที่ประมาณ 10–12 ชั่วโมง หากดื่มตอนเที่ยง จะยังมีคาเฟอีนหลงเหลือในร่างกายตอนเที่ยงคืน ควรหลีกเลี่ยงการดื่มในช่วงบ่ายหรือเย็นเพื่อไม่ให้รบกวนการนอน